‘ในหลวง’ทรงมีพระราชดำรัส น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ ขอพระบารมีคุ้มครองรักษาประเทศชาติ-ประชาชน

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟฟ้าพระที่นั่ง พร้อมด้วย สมด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา , สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ออกจากศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเส้นกลางท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีจุดเทียนมหามงคลท่ามกลางมหาสมาคมของประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ วันที่ 5 ธ.ค. 2563 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมี พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา รองนายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา เฝ้าฯ รับเสด็จ ภริยานายกรัมนตรี และภริยรองนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย

เสด็จพระราชดำเนินตามลาดพระบาทไปยังเวทีประทับพระราชอาสน์ และประทับพระเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี และภริยาเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการแสดง นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราขทานพระราชดำรัสน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอตุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ 2563

  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติความว่า

   “ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมในพิธีจุดเทียนมหามงคล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ทั้งได้มาอยู่ในท่ามกลางประชาชนทุกหมู่เหล่าในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชอุตสาหะ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน มาตลอด 70 ปีแห่งรัชสมัย

            ดั่งเป็นที่ประจักษ์ว่าได้ทรงวางรากฐาน การพัฒนาประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ให้ดำเนินก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง ยั่งยืน โดยการส่งเสริมพัฒนาการศึกษา การแพทย์ และการสาธารณสุข ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งได้พระราชทานหลักการดำเนินชีวิต และประพฤติตนปฏิบัติงานไว้ คือ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ยึดมั่นในทางสายกลาง กระทำการทุกอย่างให้พอเหมาะ พอดี โดยอาศัยความมีเหตุผลเป็นเครื่องพิจารณา อาศัยวิชาความรู้เป็นเครื่องมือปฏิบัติ และอาศัยคุณธรรม ความสุจริตเป็นเครื่องกำกับ ประคับประคอง อันจะทำให้ทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร ประกอบอาชีพการงานใด ย่อมมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง สามารถพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น เจริญขึ้นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลกได้ ประเทศไทยจึงดำรงมั่นคงอยู่ด้วยความเข้มแข็ง ให้ชาวไทยตลอดจนผู้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารได้มีชาติ บ้านเมือง เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นจุดหมายร่วมกันในอันที่จะรักษาสิ่งที่ดีงามของชาติไว้ พร้อมทั้งปฏิบัติสร้างสรรค์ความดีความเจริญเพื่อความร่มเย็นเป็นปรกติสุข ความมั่นคงเป็นปึกแผ่นและความเจริญยั่งยืนของประเทศ ประชาชนชาวไทยจึงเคารพ เทิดทูนพระองค์ ในฐานะพ่อแห่งแผ่นดิน และถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพนั้นเป็นวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติไทย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เสมอมา ขอพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จงคุ้มครองรักษาประเทศชาติและประชาชนไทย ให้มีความวัฒนาผาสุกตลอดไป”

 

        ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงวางพานพุ่มดอกไม้สด หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ทรงจุดเทียนมหามงคล ตรงหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เสด็จพระราชดำเนินกลับมาทรงยืน หันพระพักตร์สู่มหาสมาคม ระหว่างทรงถือเทียน ทอดพระเนตรการแปรอักษรภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยอากาศยานไร้คนขับ ประกอบเพลง King of Kings ใช้เวลาแสดงประมาณ 4 นาที จบแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระราชอาสน์ พระเก้าอี้ ทอดพระเนตรการแสดงจำนวน 2 ชุด จบแล้ว วงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จพระราชดำเนินลงจากเวที ไปตามแนวลาดพระบาทผ่านแถวประชาชนผู้เข้าเฝ้าฯ สองข้างลาดพระบาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต