เริ่มแล้ว..จัดยิ่งใหญ่ในล้านนา … บวชศาสนทายาท ครั้งที่ 2 พร้อมงานสาธยายพระไตรปิฎกวัดเจ็ดยอด

โครงการอุปสมบทศาสนทายาทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ ๒

เริ่มแล้ว..จัดยิ่งใหญ่ในล้านนา … บวชศาสนทายาท ครั้งที่ 2 พร้อมงานสาธยายพระไตรปิฎกวัดเจ็ดยอด

ผู้การบูท … เริ่มเดินเครื่อง โครงการบวชฯ เฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 2 แล้ว รับศาสนทายาท 69 รูป บวชฟรี ร่วมวัดเจ็ดยอดจัดยิ่งใหญ่ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานสาธยายพระไตรปิฎก ครั้งที่สองบนแผ่นดินล้านนา

เจ้าคุณพระเทพปริยัติ(สะอาด ขนฺติโก ป.ธ.๗) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่      เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด

น.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ ประธานอุปถัมภ์

นายวุฒิสาร พนารี นายกสมาคมสื่อมวลชนพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยแห่งชาติ ประธานคณะทำงาน

11 พฤศจิกายน 63 เวลา 09.30 น. ที่วัดเจ็ดยอด จ.เชียงใหม่ การประชุมจัดงานโครงการอุปสมบทศาสนทายาทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวขิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ ๒ และการจัดงานสาธยายพระไตรปิฎกครั้งที่สอง ณ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และเริ่มประชุมในวาระแรกเรื่องการจัดสาธยายพระไตรปิฎก โดยพระเทพปริยัติกล่าวว่าในสมัยพระเจ้าติโลกนาถวัดเจ็ดยอดเคยเป็นเจ้าภาพจัดรวบรวมและสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรกในสยามประเทศ และเป็นครั้งที่ 8 ของโลก และเมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมาผอ.วัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ได้มาปรึกษาให้จัดการสาธยายพระไตรปิฎกขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ซึ่งได้ทำสำเร็จไปแล้ว และได้จัดรวบรวมเป็นรูปเล่มแต่ปัจจุบันได้สูญหายไปบ้างจึงต้องทำขึ้นใหม่ ในปีนี้จึงได้ดำริกับหลายหน่วยงานให้ทราบถึงการจัดสาธยายพระไตรปิฎกขึ้นอีกครั้งหนึ่งและหากเป็นไปได้ก็อาจจะจัดต่อไปเป็นประจำทุกปี     

ต่อมาได้ปรารภให้นาวาอากาศเอก(พิเศษ)คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์(เสธ.บูท/ผู้การบูท) ประธานคณะปวงชนชาวไทย เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้ทราบ ท่านผู้การจึงได้ปาวารนาว่าจะหาทุนมาช่วย จึงขออนุโมทนาล่วงหน้าด้วย ส่วนกำหนดการจัดงานสาธยายพระไตรปิฎกนั้นได้กำหนดคร่าวๆ ว่าจะจัดขึ้นในช่วงการจัดงานประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งวัดเจ็ดยอดจัดเป็นประจำ ในช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี      พระเทพปริยัติได้ให้แนวทางเบื้องต้นในการสาธยายพระไตรปิฎกว่า เพื่อไม่ให้เป็นภาระในเรื่องอาหารเพลจึงอาจจะจัดในช่วงบ่ายตั้งแต่ 13.00 น. ถึง 16.00 น. ใช้เวลา 3 วัน ๆ 3 ชั่วโมง ในระหว่างวันที่ 27 – 29  โดยใช้สถานที่คือห้องประชุมแห่งนี้ ซึ่งเคยใช้จัดสาธยายในครั้งแรกมาแล้ว โดยจะคัดพระสูตรเล่มใดเล่มหนึ่งแล้วทำสำเนา 30-40 ชุด โดยจัดสถานที่เป็นโต๊ะๆ   ให้พระสลับกันเป็นผู้นำการสาธยายรูปละประมาณ 30 นาที โดยมีฆราวาสร่วมเสวนาโดยตลอด

ท่านเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงต่อว่าในโอกาสเดียวกันนี้ท่านคัมภีร์ ได้ปรึกษาอีกว่ามีความตั้งใจจะจัดบรรพชาอุปสมบทเพื่อเฉลิมพรรษาพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่สิบในวาระพระชนมายุ 68 พรรษา ซึ่งท่านเจ้าก็ยินดีสนองงานให้  โดยท่านคัมภีร์รับจะเป็นผู้จัดหาทุนมาให้ แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ของวัดเจ็ดยอด จึงได้ดำริจะว่าเมื่อพระภิกษุศาสนทายาทได้อุปสมบทแล้วอาจพำนักอยู่ที่วัดเจ็ดยอดสัก 1-2 วัน จากนั้นจะให้ธุดงค์เพื่อปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ สัก 3 แห่ง เช่นวัดพระธาตุศรีจอมทองของหลวงปู่ทอง ซึ่งเป็นสถานที่สัปปายะ แห่งที่สองเป็นของพระอาจารย์ประจักษ์ผู้ช่วยเจ้าอาวามวัดเจ็ดยอดที่ดอยสะเก็ด ซึ่งท่านสอนวิปัสสนากรรมฐานทั้งพระและฆราวาสทั่วประเทศ เป็นประจำทุกเดือนตลอดทั้งปี ท่านเคยศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ที่พม่าถึง 14 ปี จึงมีความชำนาญในเรื่องนี้เป็นอย่างดี และแห่งที่สามคือดอยปู่คำ เชียงดาวซึ่งเป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวนรมหาราช ซึ่งเป็นสถานที่สอนวิปัสสนากรรมฐานของผู้ช่วยจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอดในขณะนี้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงจะกลับมาลาสิกขาที่วัดเจ็ดยอดเป็นที่สุดท้าย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขอให้ที่ประชุมได้พิจารณาตามที่เห็นสมควรต่อไป     

นายวุฒิสาร พนารีนายกสมาคมสื่อมวลชนพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยแห่งชาติ (สพวช.) ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการอุปสมบทศาสนทายาทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ ๒ กล่าวรายงานสรุปถึงผลการดำเนินงานของโครงการบวชฯ ครั้งที่ ๑ ที่สำเร็จสมบูรณ์ไปแล้ว และเป้นที่น่าพอใจอย่างยิ่งเนื่องจากปัจจุบันยังคงมีพระภิกษุศาสนทายาทยังคงบวชเพื่อสืบทอดพระศาสนาอยู่ถึง 10 รูปและมีหลายรูปที่ยังไม่มีกำหนดการลาสิกขา สำหรับโครงการฯ ๒ นี้ ท่านนาวาอากาศเอก(พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ ท่านกำหนดให้จัดขึ้น ณ วัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ ในโอกาสที่พระเทพปริยัติ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ จะจัดงานสาธยายพระไตรปิฎกขึ้นเป็นครั้งที่ ๒      ในช่วงปลายปี 2563 นี้

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาแนงทางการจัดงานในเบื้องต้น โดยมีผลสรุป กล่าวคือ      

กำหนดการดำเนินงาน

 

     ช่วงเย็น/ พิธีทำขวัญนาคตามแบบประเพณีโบราณของชาวล้านนา

                                                                                                                                                                             ที่ประชุมได้กำหนดการประชุมใหญ่คณะกรรมการจัดงานครั้งต่อไปในวันพุธที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๐๐ น.โดยกำหนดจะเชิญส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยงข้องเข้าร่วมประชุม อาทิเช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, อธิการบดีมหาวิทยาลับเชียงใหม่,ผู้กำกับการตำรวจภูธรภาค 5 , สำนักงารพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่, เทศบาล, พุทธสมาคม, ยุวพุทธิกสมาคม, ผู้แทนองค์กรชาวพุทธและสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมวัดเจ็ดยอด

     และ เมื่อเสร็จการประชุมแล้ว คณะกรรมการจัดงานจะจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ในเวลา ๑๘.๐๐ น.                                                                                        ดังนั้นจึงขอเชิญชวนชายชาวพุทธที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ในวันบวช (16 ธ.ค.63) สมัครเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยสมัครด้วยตนเองได้ที่วัดเจ็ดยอด  หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ลิ้งค์ https://t.ly/Application                                   

 

สอบถามราบละเอียดหรือร่วมเป็นเจ้าภาพได้ที่  1. นายมีเลิศ โทร.096-9561469      หรือ 2. พระมหาเจตนาสุนทรเมธี       เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  โทร. ๐๘๙-๘๕๐๙๓๐๙

  1. พระอาจารย์มนตรี มนฺตชาโต เจ้าอาวาสวัดพรหมมงคล สะเมิง โทร. ๐๘๕-๖๗๒๙๖๒๙
  2. พระอาจารย์เพชร จนฺทวณฺโน วัดเจ็ดยอด โทร. ๐๘๑-๐๓๕๙๑๐๙
  3. พระครูใบฎีกาจีราวุฒิ จีรวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด โทร. ๐๙๗-๙๑๘๗๘๙๒ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    วัดเจ็ดยอดหรือโพธารามมหาวิหาร เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย (พ.ศ. 1985 – 2030) ของแคว้นล้านนา ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น เมื่อปีพ.ศ. 1998 และทรงนิมนต์พระอุตตมปัญญามหาเถระมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดนี้ พร้อมกับการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิให้เหมือนเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าทรงผจญมาร เพราะเหตุที่ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิและมีวิหารใหญ่ จึงได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า “โพธารามมหาวิหาร” แต่เนื่องจากวิหารมียอดเป็นเจดีย์ 7 องค์  คนทั่วไปจึงนิยมเรียกว่า “วัดเจ็ดยอด”

พระเจ้าติโลกราชยังได้ทรงจำลองสัตตมหาสถาน คือสถานที่สำคัญ 7 แห่ง ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับเสวยวิมุติสุข  แห่งละ 7 วัน ก่อนการเผยแผ่ศาสนา ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิสเจดีย์  รัตนจงกรมเจดีย์  รัตนฆรเจดีย์  ราชายตนเจดีย์  อชปาลนิโครธเจดีย์  และมุจจลินทเจดีย์ ในปัจจุบันเหลือเพียงอนิมิสเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ และมุจลินทเจดีย์ เท่านั้น

นอกจากนี้ พระเจ้าติโลกราชได้โปรดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  และเป็นครั้งที่ 8 ของโลก  เมื่อ พ.ศ. 2020  ใช้เวลาประชุมสังคายนานาน 1 ปี