เมื่อผู้นำตกอยู่ในความโทสะนำโลกพินาศ มนุษยชาติ 7 พันล้านเดือดร้อนไปด้วย

เมื่อผู้นำตกอยู่ในความโทสะนำโลกพินาศ มนุษยชาติ 7 พันล้านเดือดร้อนไปด้วย

โครงการสติพิทักษ์โลก นสพ.ธรรมนำโลก รณรงค์เพื่อสันติภาพโลก

จากคำกล่าวของ ฯพณฯ อันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ห่วงโลกปัจจุบัน เผชิญความเสี่ยง เกิดสงครามนิวเคลียร์ถึงจุดสูงสุด  จากกรณีสงครามในยูเครน อันเป็นเหตุร้ายที่เป็นอันตรายต่อมนุษยชาติและสันติภาพโลกเป็นอย่างยิ่ง

โครงการสติพิทักษ์โลก นสพ.ธรรมนำโลก เป็นองค์กรหนึ่งขอเรียกร้องสันติภาพ ความสงบสู่โลกโดยเร็วที่สุด เราจึงขอให้ขอคิดและเรียกร้องสันติภาพดังนี้

 

1.ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความคิดไปในทางสันติ อย่าใช้ความคิดไปทางเข่นฆ่า ทำลายล้างกัน อันเป็นการผิดหลักมนุษยธรรม โดยให้รัสเซียและองค์การนาโต้นำโดยสหรัฐฯ ร่วมหาทางยุติสงครามในยูเครนโดยเร็ว เพื่อช่วงชิงนำสันติภาพคืนมา

2.ขอให้อย่าประมาท ในสงครามยูเครนครั้งนี้ ถึงที่สุดจะไม่มีใครจะชนะ หากไม่รีบหยุดยั้งคิดมุ่งทำลายล้างกันด้วยกำลังทหารกำลังอาวุธ อันจะนำสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 คือสงครามนิวเคลียร์ ที่มหาอำนาจแต่ละฝ่ายมีหัวรบนิวเคลียร์รวมแล้วกว่า 15,000 หัวรบ เพียงพอจะทำลายโลกให้หายนะ อันจะก่อความเดือดร้อนต่อมวลมนุษยชาติ ๗,๐๐๐ ล้านคน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขัดแย้งใด ๆ ด้วย

3.ขอผู้นำโลกแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามยูเครน ตระหนักว่า ท่านกำลังตกอยู่ในความโทสะ และความหลง จนกระทั่งขาดสติ สัมปัญชัญญะ ลืมคิดถึงมรณานุสติ ว่าถึงไม่มีการใช้อาวุธมาเข่นฆ่ากัน ท่านก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่เกิน 100 ปี นี่คือการลืมหน้าที่ความเป็นคน ต่างเกิดมาเพื่อสร้างความดี ความผาสุขต่อมนุษยชาติ ที่มนุษย์ต่างชอบสุข เกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น

4.หากผู้นำโลกที่คิดก่อสงคราม ขอให้ท่านประเมินสภาวะสุขภาพจิต ท่านกำลังเสียสติไปหรือเปล่า ต่างอวดความร้ายแรงการสะสมอาวุธนิวเคลียร์เพื่อสร้างความกลัวระแวงต่อกัน ทั้ง ๆ ที่ทุกคนเกิดมาแล้ว ความต้องการพื้นฐานคือปัจจัย 4 อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ขอให้มาร่วมกันนำงบประมาณสร้างอาวุธนำไปมาสร้างเครื่องมือเกษตร สร้างอาหารให้เพียงพอต่อพลโลก 7 พันล้านคนไม่ดีหรือ  หรือนำงบประมาณแก้ไขสภาวะโลกร้อน เร่งปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นภัยอันแท้จริงของมนุษยชาติ ไม่ใช่มาตั้งหน้าตั้งตาคิดเข่นฆ่ากัน และขอให้มาตกลงทำลายอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดไปจากโลกนี้เพื่อขจัดความกลัวความระแวงต่อกันให้หมดไป

5.ขอให้คิดในทางบวกต่อกัน ทำไมยังความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างบางประเทศของกลุ่มนาโตยังร่วมกับรัสเซียได้ อาทิ มีการค้าขายแก๊สหรือน้ำมันต่อกันได้ ซึ่งเป็นเครื่องชี้ว่ามนุษยชาติจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน แม้จะคิดต่างกัน บ่งบอกว่ามนุษย์คือครอบครัวเดียวกัน ไม่ควรรวมกำลังทางทหารสร้างอำนาจอันนำไปสู่การก่อสงครามในที่สุดทำไม

6.ขอให้รวมตัวกันของอีดตผู้นำโลกที่รักสันติภาพ นักการศาสนาทุกศาสนา และสมาชิกสภาผู้แทนในสภานิติบัญญัติทั่วโลก ออกมารณรงค์แสดงส่งสัญญานเตือนสติให้ผู้นำที่คิดก่อสงครามให้มาเจรจากันสร้างสันติภาพให้เร็วที่สุด ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 สงครามนิวเคลียร์

7.ขอให้องค์การสหประชาชาติ ลงประชามติจากประชากรโลก 7,000 ล้านคน ว่าต้องการสันติภาพหรือสงคราม จะคงไว้อาวุธนิวเคลียร์หรือทำลายอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก แต่ที่โลกวุ่นวายเพียงผู้นำเพียงไม่กี่คนเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตมนุษยชาติ และขอให้ร่วมภาวนา ขอให้ผู้นำที่คิดจะก่อสงครามเข่นฆ่ากันให้มีจิตเมตตาต่อกัน อภัยต่อกัน และเห็นแก่มนุษยชาติ ร่วมกันนำสันติภาพมาสู่โลกโดยเร็วด้วยเทอญ

ด้วยความปรารถดีจาก โครงการสติพิทักษ์โลก

สำนักข่าว น.ส.พ.ธรรมนำโลก

(ความคิดส่วนหนึ่งจากหนังสือความหวังสุดท้ายของโลกมนุษย์ ของสำนักงานทูตสันติภาพแห่งโลก)

3 พฤษภาคม 2565