เผยรอดตาย 3 ครั้ง เพราะบุญฤทธิ์สมเด็จโต “นำดี วิตตะ” ผู้ชักนำสมบัติ เมทะนี เข้าสู่วงการภาพยนตร์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (นามเดิม โต) หรือนามที่นิยมเรียก “สมเด็จโต” “หลวงปู่โต” หรือ “สมเด็จวัดระฆัง” เป็นพระภิกษุมหานิกาย พระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 4 – 5  สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไป ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน นอกจากจริยวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณค่าทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล “พระสมเด็จ” ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศ และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์ราคานับสิบล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือเป็นจำนวนมากจวบจนถึงปัจจุบัน    ปลายปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้รับเชิญจากคุณยอดชาย เมฆสุวรรณ พระเอกยอดกตัญญู ให้ไปทำข่าว ณ “ยอดชาย เมฆสุวรรณ มิวเซี่ยม ออฟ อาร์ท” พิพิธภัณฑ์ในรูปคฤหาสน์ยุโรปยุคเรอเนซองส์ ตั้งอยู่สุดปลายทางของถนนบรมมราชชนนี เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครปฐม ข้าพเจ้าไปถึงสถานที่ก่อนเวลานัด นัด ๑๐.๐๐ น.  ข้าพเจ้าเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่ ๓ สถานที่ใหญ่โต หรูหรา อลังการ งดงามมาก มากี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อเลย เมื่อมาถึงก่อนเวลาจึงเดินสำรวจทั่วบริเวณเพื่อบันทึกภาพไว้

สักพักหนึ่ง…..ข้าพเจ้าได้มองเห็นผู้ชายสูงวัย ร่างเล็ก  นั่งรถแท๊กซี่เข้ามาที่พิพิธภัณฑ์  เมื่อลงมาจากรถเขาเดินเข้ามาที่ประตูด้านใน ข้าพเจ้าจึงถามว่า มางานคุณยอดชายใช่ไหมค่ะ ยังไม่มีใครมาเลย ข้าพเจ้าไม่คุ้นหน้าผู้ชายคนนี้  พยายามนึกว่านักแสดงคนนี้ชื่ออะไร นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เพราะเขาไม่ใช่นักแสดง แต่กลายเป็นผู้ที่ชักนำสมบัติ เมทะนี พระเอกดังเข้าสู่วงการ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าพระเอกดังคนนี้ใครเป็นผู้พาเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เรานั่งคุยกันสักพัก เขาจึงแนะนำตัวว่า ผมชื่อ นำดี วิตตะ สมบัติโทรให้มางานในวันนี้ พร้อมทั้งได้หยิบรูปสมบัติในอดีตที่ถ่ายกับตัวเองมาให้ดูหลายรูปทีเดียว ภาพสมัยสมบัติยังเป็นหนุ่ม ผอมและหล่อมาก

ข้าพเจ้าคุยกับคุณนำดีหลายเรื่อง รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ที่สำคัญมีประโยชน์และได้รับสาระมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของสมเด็จโต ไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตของคุณนำดี พบอภินิหารสมเด็จโตที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลายครั้ง เขาเล่าว่า เหตุการณ์แรก…ผมขึ้นเครื่องบินไปถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต่างประเทศ  เลือกสายการบินที่ดีที่สุด และชอบนั่งดูวิวตรงบริเวณหน้าต่าง  นั่งตรงนั้นจะมองเห็นปีกเครื่องบิน ผมเพิ่งมารู้ภายหลังว่าตรงปีกนั้นเป็นที่เก็บน้ำมัน ขณะที่กำลังมองดูอะไรเพลิดเพลินอยู่นั้นได้มองเห็นไฟลุกวาบ ผมเรียกแอร์โฮสเตสให้มาดูว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น แอร์โฮสเตสรีบวิ่งไปบอกกัปตันทันที คุณรู้ไหมมองลงไปข้างล่างเป็นทะเล พนักงานบนเครื่องประกาศให้ทุกคนรัดเข็มขัด กัปตันหาที่ลงที่กรุงเปรุส  ประเทศฝรั่งเศส พอใกล้ถึงสนามบิน ผมชะโงกหน้าดู เห็นรถดับเพลิงเต็มสนามบินเลย กัปตันมาจับมือผมพร้อมทั้งขอบคุณ ไม่เช่นนั้นผู้โดยสารตายทั้งลำแน่นอน ผมรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เพราะทางสายการบินปิดข่าว กลัวจะเสียชื่อเสียง มีดาราดังในอดีต เอก อัมรินทร์ นั่งไปด้วย นี่คือการรอดตายครั้งแรกของผม จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมได้รับสิทธิ์ขึ้นเครื่องบินฟรีตลอดชีพ

ครั้งต่อมา….ผมถูกลอบฆ่า คนที่จะฆ่าผมคือญาติของตัวเองเขาวางแผนไว้อย่างแนบเนียน  ปัจจุบันญาติคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว คุณตามีบ้าน ๕ หลัง ท่านเก็บพินัยกรรมไว้ในหีบเล็กมีกระดาษหนังสือพิมพ์ทับไว้ ญาติคนนี้เขาอ่านหนังสือไม่ออก ตอนผมไปโรงเรียนเขาให้คนข้างบ้านอ่านพินัยกรรมให้  ซึ่งในพินัยกรรมระบุว่า “ทรัพย์สมบัติที่มียกให้ผมแต่เพียงผู้เดียว” เท่านั้นแหละ เขาวางแผนจะฆ่าผมทันที วันนั้นคุณตาไปต่างจังหวัด คนที่คิดวางแผนเขาเตรียมไม้กระดานไว้ ๔-๕ แผ่น เพื่อให้คนลอดเข้าออกห้องนอนได้ ผมนอนหลับอยู่บนเตียง สมัยก่อนยังไม่มีน้ำประปา ต้องใช้น้ำคลอง คนที่เช่าบ้านผมอยู่เขาหาบน้ำ เวลาตอนนั้นสองยามกว่าแล้วอยู่ๆ เขาลื่นล้มเสียงดังโครม !ตรงหน้าต่างพอดีผมตกใจตื่นพร้อมทั้งพลิกตัว ช่วงพลิกตัวญาติผมลุกขึ้นทันที พร้อมทั้งใช้ปืนที่มีดาบตรงปลาย เงื้อมสุดมือเพื่อใช้ปลายปืนแทง  ผมเห็นมือเขาค้างอยู่นาน เขาพยายามจะแทงผม แต่แทงไม่ได้ หากผมตายไปมรดกทั้งหมดจะตกเป็นของญาติคนนี้ทันทีเพราะคุณตามีมรดกเยอะ นี่คือการรอดตายครั้งที่ ๒เพราะความเมตตาของสมเด็จโต

ครั้งที่๓ ผมนอนอยู่ในห้อง  งูเห่าไม่รู้มาจากไหน มันเลื้อยเข้ามา แผ่แม่เบี้ยแล้วฉกผม ตามปกติแล้วหากใครถูกงูเห่าฉกไม่รอดแน่ เพราะเป็นงูที่อันตรายมีพิษมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทที่รุนแรง และเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่ถูกกัดเสียชีวิต พิษของงูเห่านับว่ามีความร้ายแรงมากแต่ผมไม่เป็นอะไร คุณต้อย เมืองนนท์ เป็นพยานได้ ผมยังถกกางเกงให้เขาดูขาอ่อนเลย

ผมนับถือและศรัทธาสมเด็จโตมาก คล้องคอติดตัวตลอด สิ่งทีเกิดขึ้นในชีวิตผมแต่ละเรื่องมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ และอัศจรรย์จริงๆ แต่ละเหตุการณ์ผมไม่น่ารอด หากไม่ใช่ความเมตตาของสมเด็จโตแล้วมันคืออะไร ใครรู้ช่วยตอบผมที?

และนี่คือ คำสอนดีๆ ของสมเด็จโต   ที่น่าจดจำ หากใครเข้าใจและทำตาม จะได้ประโยชน์แน่นอนค่ะ     “บุญเราไม่เคยสร้าง….ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า….”ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว…เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว…แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า…หมั่นสร้างบารมีไว้…แล้วฟ้าจะช่วยเอง…จงจำไว้นะ…เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใด จะคิดช่วยเจ้าไม่ได้…ครั้นเมื่อถึงเวลา…ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่…จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

รัตติกาล