เจ้าคุณประสารเผย วัดไทยในต่างประเทศตกอยู่ในภาวะลำบาก ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิด-๑๙ ระบาด

วันที่ 22 มกราคม 2564  พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงวัดไทยในต่างแดนกับสถานการณ์โควิด-19ว่า ตอนนี้พระอมโร (พระเกาหลี) มรณภาพแล้ว เมื่อ 21 มกราคม 2564 เวลา 06.05 น. ตามเวลาในประเทศไทย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21  มกราคม 2564 ได้เปิเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังกระจายและรุนแรงอยู่ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศทั่วโลก

จากการที่ได้พูดคุยสอบถามพระธรรมทูตไทยทั้งในเอเชีย ยุโรป สแกนดิเนเวีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ทุกที่ทุกแห่งยังคงน่าเป็นห่วงยิ่ง พระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ที่อยู่ในปัจจุบันก็ต้องระมัดระวังอย่างมาก วัดมีมาตรการเข้มงวดกวดขันรวมทั้งเรื่องการปิดวัด การพบปะผู้คนเพื่อป้องกันเบื้องต้น ถึงกระนั้นก็ยังถือว่า พระธรรมทูตเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงอยู่มากในการอยู่ในพื้นที่เพื่อรักษาพระศาสนาในดินแดนพุทธภูมิ เพราะอินเดียมีประชากรมาก คนหลากหลาย การรักษาพยาบาลก็มีอยู่อย่างจำกัด

พระธรรมทูตสายยุโรป วัดต้องปิด ญาติโยมไปถวายภัตตาหารและประกอบศาสนกิจอื่นๆในทางพระพุทธศาสนาไม่ได้ พระธรรมทูตต้องจำวัดเฝ้าหิมะไปวันๆ ส่วนอาหารนั้นต้องซื้อกักตุนไว้เพื่อปรุงฉันเท่าที่จำเป็นและยังต้องสงเคราะห์คนไทยด้วยกันในภาวะวิกฤตเช่นนี้ทั้งด้านธรรมมะและอื่นๆ พระจะทิ้งโยมเอาตัวรอดเฉพาะก็ไม่ได้

วัดในแถบแกนดิเนเวีย การแพร่กระจายของเชื้อทำให้พระธรรมทูตและคนไทยที่นั่นลำบากมาก ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้ พระสงฆ์ก็ได้แต่อยู่ในวัด ประกอบศาสนกิจได้จำกัดและมีงานเพิ่มคือปลอบใจญาติโยมยุคโควิด-19 ด้วยธรรมะทางโซเชียลมีเดียเพื่อให้กำลังใจไม่ให้ท้อแท้ หดหู่ให้มีกำลังใจเพื่อสู้ต่อไป

ส่วนวัดในเครือสหราชอาณาจักร นั้นได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ต้นแล้ว พระธรรมทูตต้องปรับตัวทั้งในแง่วัตรปฎิบัติ งานบุญงานกุศล กิจกรรมต่างๆของชุมชนไทย แต่อย่างไรก็ตามถึงวันนี้นั้นก็ยังลำบากกันอยู่มากทั้งพระธรรมทูตและคนไทยที่อาศัยกันอยู่ที่นั่น

สำหรับวัดและพระธรรมทูตไทยสายสหรัฐอเมริกานั้นขณะนี้ลำบากสุดๆ เพราะการแพร่ระบาดของโรคนั้นขณะก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น พระธรรมทูตและคนไทยก็อาศัยกันอยู่มากในทุกๆมลรัฐ ได้สอบถามและพูดคุยกับพระธรรมทูตสายนี้อยู่เนืองๆ ล่าสุดพระธรรมทูตท่านหนึ่งเล่าว่า ขณะนี้มีคนไทย(อาตมารู้จักมักคุ้น)ได้เสียชีวิตลง ทำให้กลุ่มคนไทยขัวญสียและตื่นตระหนกกันพอสมควร การจองสุสานเพื่อฌาปนกิจศพก็เป็นไปด้วยความลำบาก คิวสุสานยาวเหยียดจนถึงสิ้นเดือนนี้ก็ไม่ว่าง ญาติจะนำรูปไปสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ที่วัดก็ทำไม่ได้ เพราะยังไม่รู้วันเผาเลย

ส่วนวัดๆ หนึ่งในสหรัฐอเมริกานั้นขณะทราบกันเป็นการภายในว่าพระธรรมทูตวัดนั้นติดโควิด-19 กันทั้งวัด เวลานี้มีการกักตัว ดูและรักษากันแบบเงียบๆส่วนอาการนั้นพระหลวงตาที่เป็นชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในวัดค่อนข้างวิกฤต

สำหรับวัดไทยในสหรัฐอเมริกานั้นแม้จะปิดวัด มีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดก็ตามต้องระวังตัวเองให้มากการ์ดอย่าตก ห้ามประมาทและต้องระวังสุดๆก็คือโยมวัด เพราะโยมก็เป็นห่วงพระ เป็นห่วงวัด อาจจะเข้าออกวัดเพื่อจะถวายภัตตาหารด้วยความศรัทธาและห่วงใยแบบนี้ก็ต้องระวัง โยมคนหนึ่งเล่าว่าเข้าวัดมาตลอด 30 ปีที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา วันนี้นอนไม่หลับ ห่วงวัด ห่วงพระว่าจะอยู่ จะฉันอย่างไร ทนไม่ได้วันๆจึงต้องขวนขวายหาปัจจัยสี่ไปถวายพระวัดต่างๆที่รู้จัก

วันนี้พระธรรมทูตไทยและวัดไทยทั่วโลกตกอยู่ในภาวะลำบาก ใหนจะต้องดูแลวัดให้ไปต่อให้ได้ ใหนจะต้องดูแลคนไทยให้มีกำลังใจเข้มแข็ง เพราะทั้งหน้าที่การงานทั้งร้านอาหารของคนไทยและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคนไทยล้วนต้องหยุดชะงักและได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระสงฆ์จึงเป็นที่พึ่งของคนไทยในต่างแดนด้วยภาระหน้าที่พุทธบุตรและความผูกพันในฐานะคนไทยด้วยกัน

“นี่คือชีวิตความเป็นอยู่ของพระธรรมทูตไทยในต่างแดนในช่วงโควิด-19 ระบาดอยู่ทั่วโลกในเวลานี้” พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุ

 

ทางออกนำสมุนไพรฟ้าทะลายโจร…เสริมรักษาโควิด-19 เชิญชมและฟัง

  อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิตเผยผลการทดสอบ ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 5 ราย ให้รับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจร รายแรกตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 90 หน่วย หลังทานฟ้าทะลายโจรอย่างเดียว ทานไป 5 วัน ตราจพบค่าไวรัสโควิด-19เหลือ 0 รายที่สอง มีไวรัสโควิด 725 หน่วย ทานฟ้าทะลายโจร ไป 5 วัน ค่าไวรัสเหลือ 0 รายที่สาม ค่าไวรัส 9,897 ล้านหน่วย ทานฟ้าทะลายโจรไป 5 วัน ไวรัสโควิด เหลือ 31 ล้านหน่วย รายที่สี่ ค่าไวรัสโควิด 296,000 หน่วย ลดลง 13,000 หน่วย รายคนที่ห้าพบโควิด 17,031 หน่วย เหลือ 31 หน่วย ติดตามชมรายละเอียดได้ทาง #https://www.facebook.com/watch/?v=447… #https://www.facebook.com/watch/?v=447…