อานิสงส์ความอดทน…ของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล “อดทนไม่ได้ จะเอาชนะกิเลสตัณหาได้อย่างไร”

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
วัดบูรพาราม
ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

ความอดทนในเยาว์วัย

ชีวิตของหลวงปู่เมื่อแรกรุ่นเจริญวัยนั้นก็เป็นไปตามสังคมในสมัยนั้น
แม้ท่านจะเป็นลูกคนที่สอง แต่ก็เป็นบุตรชายคนโต
ดังนั้นท่านจึงต้องมีภารกิจมากกว่าเป็นธรรมดา
โดยต้องทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้าน งานในบ้าน
เช่น ตักน้ำ ตำข้าว หุงหาอาหาร และเลี้ยงดูน้องๆ ซึ่งมีหลายคน
งานนอกบ้าน เช่น ช่วยแบ่งเบาภาระของบิดา
ในการดูแลบำรุงเรือสวนไร่นาและเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย เป็นต้น

อดทนต่ออาพาธ เร่งความเพียร

พรรษาแรกที่ท่านออกธุดงค์ คณะหลวงปู่ดูลย์ได้แยกจากท่านพระอาจารย์มั่น
เดินธุดงค์ผ่านไปทางอำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ครั้นถึงป่าท่าคันโท
ก็สมมุติทำเป็นสำนักวัดป่าเข้าพรรษาด้วยกัน ๕ รูป คือ
พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ท่านพระอาจารย์บุญ พระอาจารย์สีทา
ท่านพระอาจารย์หนู ท่านพระอาจารย์ดูลย์ อตุโล (องค์หลวงปู่เอง)
ครั้งนั้นบริเวณแห่งนั้นเป็นสถานที่ทุรกันดาร เกลื่อนกล่นไปด้วยสัตว์ป่าที่ดุร้าย
ไข้ป่าก็ชุกชุมมาก ยากที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นยังไม่ทันถึงครึ่งพรรษา
ก็ปรากฏว่าอาพาธเป็นไข้ป่ากันหมด ยกเว้นท่านอาจารย์หนูองค์เดียว
ต่างก็ได้ช่วยรับใช้พยาบาลกันตามมีตามเกิด หยูกยาที่จะนำมาเยียวยารักษากันก็ไม่มี
ความป่วยไข้เล่าก็ไม่ยอมลดละเห็นแก่หน้ากันบ้างเลย
จนกระทั่งองค์หนึ่งถึงแก่มรณภาพลงในกลางพรรษานั้น
ต่อหน้าต่อตาเพื่อนสหธรรมมิกอย่างน่าเวทนา

สำหรับท่านหลวงปู่ดูลย์ รู้ว่า มรณภัยใกล้เข้ามา
ทั้งหยูกยาที่จะนำมารักษาพยาบาลก็ไม่มี แต่ท่านก็ไม่ถอยความเพียร
ยิ่งเร่งการภาวนาแข่งกับมรณภัยอย่างไม่หวั่นไหว

แค่นี้อดทนไม่ได้หรือ

เท่าที่อยู่ใกล้ชิดกับหลวงปู่ตลอดเวลาอันยาวนาน
ไม่เคยเห็นท่านแสดงอากัปกิริยาใดๆ ให้เห็นว่าท่านอึดอัด
หรือรำคาญจนทนไม่ได้ถึงต้องบ่นอุบอิบอู้อี้กับกรณีใดๆ ทั้งสิ้น

เช่น ไปเป็นประธานในงานสถานที่ใดๆ ไม่เคยเป็นเจ้ากี้เจ้าการ
รื้อฟื้น หรือให้เขาจัดแจงดัดแปลงใหม่ หรือไปในสถานที่ที่เป็นกิจนิมนต์
แม้จะต้องนั่งนานหรืออากาศอบอ้าวอย่างไรก็ไม่เคยบ่น

เวลาเจ็บไข้ไม่สบาย หรือเวลาเผอิญอาหารมาไม่ตรงต่อเวลา
แม้จะหิวกระหายแค่ไหน ก็ไม่เคยบ่นหรือสำออย
หรือแม้รสชาติอาหารจะจืดจางอย่างไร
ก็ไม่เคยเรียกหาเครื่องปรุงเพิ่มเติมอะไรเลย

ตรงกันข้าม ถ้าเห็นพระเถระไหนชอบเป็นเจ้ากี้เจ้าการ ขี้บ่น
หรือทำสำออยให้คนอื่นเอาใจ เป็นต้น หลวงปู่มักปรารภให้ฟังว่า

แค่นี้อดทนไม่ได้หรือ ถ้าแค่นี้อดทนไม่ได้
จะเอาชนะกิเลสตัณหาได้อย่างไร”