สมเด็จพระสังฆราช ทรงเปิดการประชุมใหญ่ พสล.ครั้งที่ ๑๐ ทรงเตือนการล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพกันบั่นทอนความผาสุขของมวลมนุษยชาติ

วันพุธ ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๓๐ ซึ่งจัดขึ้น ณ ราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชดำรัส เพื่อเชิญมาอ่านในพิธีเปิดการประชุมด้วย

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถาแก่ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นพุทธบริษัทที่เดินทางมาจากนานาประเทศทั่วโลก ความตอนหนึ่งว่า

“ในนามคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไทย ขออนุโมทนาและขอต้อนรับทุกท่านที่ได้มาร่วมประชุมองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๓๐ ในวาระนี้ ด้วยไมตรีจิตจากใจจริง

การประหัตประหารเบียดเบียนกัน การล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพกัน และการวิวาทบาดหมางกัน คือสภาวะบั่นทอนความผาสุกของมวลมนุษยชาติที่มีมานับแต่แรกเกิดสังคมขึ้น ครั้นคำนึงถึงโลกปัจจุบัน ท่ามกลางหมู่มนุษย์ผู้กล่าวอ้างตนว่าเป็นคนฉลาดกว่าคนยุคก่อน กลับยังพบเหตุการณ์เช่นว่านั้นวนซ้ำรอยประวัติศาสตร์อยู่เรื่อยไปไม่รู้จักจบสิ้น

ด้วยเหตุนี้ เราทั้งหลายผู้เป็นพุทธบริษัท จึงพึงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการกระชับความสามัคคีให้แน่นแฟ้น พร้อมประพฤติจริยาตามหลักพระพุทธศาสนาอันประกอบด้วย ‘เมตตากายกรรม’ คือการช่วยเหลือกิจธุระของหมู่คณะด้วยความเต็มใจ มีกิริยาอาการสุภาพต่อกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ‘เมตตาวจีกรรม’ คือการช่วยบอกแจ้งสิ่งที่เป็นประโยชน์ สั่งสอน แนะนำตักเตือน กล่าววาจาสุภาพต่อกันด้วยความหวังดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง และ ‘เมตตามโนกรรม’ คือการตั้งจิตปรารถนาดี คิดทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกัน มุ่งมองในแง่มุมที่ดีของกันและกันอย่างจริงใจ ให้เป็นปรกติสามัญทั่วไปในหมู่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก พร้อมทั้งเร่งแผ่เมตตาโดยสุจริตไตรทวารนั้น ให้ครอบคลุมตลอดถึงพลโลกทั่วหน้า โดยไม่จำกัดศาสนาหรือชาติพันธุ์ เพื่อสันติภาพที่ปรารถนา จักได้บังเกิดขึ้นในจิตใจตน ในหมู่ผู้ชิดใกล้ และครอบคลุมไปในสังคมทุกระดับได้ในเร็ววัน

ขอพุทธบริษัทจงร่วมน้ำจิตเป็นสมานฉันท์ ช่วยกันนำพาโลกนี้ให้ร่มเย็นด้วยสันติสุข ตราบถึงที่สุดแห่งสังสารวัฏอันเป็นกิจของชาวพุทธทุกผู้ทุกนาม ขอให้การประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๓๐ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ และขออำนวยพรให้สหธรรมิกตลอดจนสาธุชนทั้งหลาย จงงอกงามไพบูลย์ในธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยทั่วกัน เทอญ.”