#วัฏสงสารเปรียบเหมือนเรือนจำขังสรรพสัตว์ #ทางเดินออกจากเรือนจำนี้คืออริยมรรคมีองค์_8

#วัฏสงสารเปรียบเหมือนเรือนจำขังสรรพสัตว์
#ทางเดินออกจากเรือนจำนี้คืออริยมรรคมีองค์8

วัฏสงสารนั้น พระพุทธเจ้าอุปมาประดุจเรือนจำกรงขัง ที่ขังสรรพสัตว์เอาไว้ ไม่มีใครหรอกที่อยากถูกจองจำ ถูกไหม ?

ทุกคนก็อยากจะอิสระ ตราบใดที่ยังไม่รู้แจ้ง ก็หลุดออกมาไม่ได้ มันก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฎสงสาร ติดอยู่ในโลกของเมทริกซ์นั้นแหละ โลกมายา มันก็ปรุงแต่งไปตามเรื่องตามราว ส่วนใหญ่ก็ปรุงให้เกิดความทุกข์ใจ

การที่เราจะมีอิสระจากสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ต้องอาศัยการเดินในเส้นทางอันประเสริฐ ก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 สติปัฏฐาน 4 ชำระตน

เวลาเกิดวิปัสสนาญาณ เกิดการรู้แจ้งอริยสัจ 4 มันจะเกิดการชำระตน ก็ต้องชำระจนกว่าบาปและอกุศลกรรม จนหมดสิ้น

ซึ่งเปรียบเหมือนทางโลก เรามีหนี้ เราก็ต้องใช้ ใช่มั้ย ? มันถึงจะจบได้

ตลอดระยะเวลาที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฎสงสาร เราก็หลงทำกรรมต่างๆ ไว้ จากการเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้มันเป็นวิบากกรรม เป็นพันธนาการต่างๆ

ถ้าเข้าถึงสภาวะนิโรธสมาบัติระดับสูงนะ แบบละเอียดมาก เราจะเห็นถึงสิ่งที่เรียกว่า วิบากกรรม ได้ มันเป็นพลังงานความมืดที่รายล้อมเราอยู่

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในชีวิตเราไม่มีอะไรบังเอิญเลย มาจากวิบากที่มันให้ผลทั้งนั้นเลย แต่ละคนนี่ยาวเป็นหางว่าว

จำคลิปที่บรรยายเรื่องพระนิพพานได้ไหม ? ที่ว่าเนื้อแท้จริง ๆ มันมีธรรมชาติที่เบา บริสุทธิ์ กับธรรมชาติที่หนัก เป็นความมืดนะ จากนั้นก็เกิดการแยกตัว เนื้อความมืดก็เกิดการหมุนวน มันคือจักรวาลอวกาศทั้งหมดนี่แหละ ส่วนความบริสุทธิ์ก็แยกออกไป ก็คือ “นิพพาน” หรือ “ความบริสุทธิ์”

แต่ทุกคนมีส่วนหนึ่งของความบริสุทธิ์อยู่ ก็คือเรียกว่า “จิตประภัสสร” หยาดลงมาในระบบ แล้วพอหยาดลงมา มันจะถูกอวิชชาเข้าห่อหุ้มโดยธรรมชาติ คือมันทำปฏิกริยากัน เหมือนขั้วบวกขั้วลบ มันทำปฏิกริยากันอยู่แล้วโดยธรรมชาติเลย ประดุจเมฆหมอกเข้าบดบัง มันห่อหุ้ม

จากนั้นก็หลงยึดติด ก็จะหลงทำกรรมต่าง ๆ ก็เกิดเป็นวิบากกรรม เป็นพันธนาการต่าง ๆ ยึดโยงกันสารพัด เอาแค่ชาติปัจจุบันน่ะ อะไรบ้างก็ไม่รู้ เต็มไปหมด แล้วกี่ภพกี่ชาติล่ะ ? มันก็หมักเป็นอนุสัย นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน นับภพชาติไม่ถ้วน

การที่เราจะเป็นอิสระได้ กลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ได้ มันต้องชำระกันจนหมด ก็ชำระกันได้ด้วยการเข้าถึงความบ