มติมหาเถรสมาคมให้ทุกวัด จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ ในวันศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ ๕

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนได้มีข้อสั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ดำเนินการตามที่มหาเถรสมาคมได้มีมติที่ 543/2563 ในคราวประชุมครั้งที่ 22/2563 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 กรณีการจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2563 โดยมหาเถรสมาคมมีมติให้วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศดำเนินการจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาพร้อมกัน ในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

การจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ และถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ของประเทศไทย โดยในส่วนกลางกำหนดจัดพิธี ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค กำหนดจัดพิธี ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ในต่างประเทศให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

สำหรับบทสวดพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2563 ประกอบด้วย 11 บทสวด คือ นะมะการคาถา บทไตรสรณคมน์ บทปัพพะโตปะมะคาถา บทอะริยะธะนะคาถา บทขัดธรรมนิยมะสูตร บทธัมมะนิยาสุตตัง บทติลักขะณาทิคาถา บทปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ บทพุทธะอุทานะคาถา บทภัทเทกะรัตตะคาถา และ บทภะวะตุ สัพ โดยทั้ง 11 บทสวดนี้มีความหมายเป็นการสอนใจประชาชนให้มีสติ ให้ตั้งมั่นในคุณงามความดี พิจารณาถึงความไม่เที่ยงของทุกสิ่ง ไม่ประมาทกับการใช้ชีวิตก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่บนความถูกต้องตามทำนองครองธรรม นอกจากนี้ยังเป็นการอุทิศบุญกุศลให้กับผู้วายชน ให้ได้รับความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป และขอคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อำนวยอวยพรให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า จงมีความสุขความเจริญ มีความร่มเย็น และความสำเร็จในทุกประการ

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดหรือสถานที่จัดพิธีใกล้บ้าน