“พระภาวนามังคลาจารย์ วิ.” เจ้าอาวาสวัดพระวรราชาทินัดดามาตุ อนุโมทนากับปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง

เป้าหมายหนึ่งของการลงพื้นที่ทั่วประเทศของทีมงานข่าวพิเศษนอกจากติดตามไปดูแปลง โคก หนอง นา ที่ประสบผลสำเร็จ มีปัญหาและอุปสรรคให้อะไรบ้างแล้ว อีกประการหนึ่งก็คือ เพื่อไปดูผลผลิตที่ตลอดระยะเวลา 1 ปีของการดำเนินการแปลงโคก หนอง นา มีผลผลิตอะไรบ้าง แล้วเจ้าของมีแนวคิดที่จะต่อยอดในการแปรรูปออกจำหน่ายอย่างไรต่อไป และการดำเนินการตรงนี้มีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้างที่ต้องการสื่อสารให้กับประชาชนหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกระทรวงมหาดไทย เข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างไร อย่างเช่น แปลงโคกหนองนาอีกแปลงที่ วัดพระวรราชาทินัดดามาตุ อำเภอศรีเทพ ซึ่งห่างจากแปลงของ “การ์ฟิว” จากอำเภอหล่มเก่า ประมาณ 200 กิโลเมตร พร้อมกับบอกว่าจะรออยู่ที่วัดเพื่อร่วมดูแปลงโคก หนอง นา ของวัดที่ร่วมทำด้วยกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขนาด 15 ไร่


“พระภาวนามังคลาจารย์ วิ.” เจ้าอาวาสวัดพระวรราชาทินัดดามาตุ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยพัฒนาการจังหวัดเดินพาชมแปลงโคกหนองนา เท่าที่สังเกตสภาพดินที่นี่ไม่ดี มีแต่ก้อนกรวด แม้ทางวัดพยายามห่มดิน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อปรับสภาพดินแล้วก็ตาม พระภาวนามังคลาจารย์ วิ. พาชุมแปลงพลางพรรณนาบรรยายถึงความดีของปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญว่า ว่าเป็นเป็นคนติดดิน เข้าถึงประชาชน เป็นคนวัด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตอนเริ่มทำโคก หนอง นา ท่านก็มาหว่านข้าวและร่วมปลูกต้นไม้ที่แปลงแห่งนี้ ปัจจุบันต้นไม้โตแล้ว พร้อมกับกล่าวว่าที่นี่มีปัญหาสภาพดิน แต่ก็พยายามปลูกผักไว้แจกจ่ายประชาชนยามเดือดร้อน
จริง ๆ เพื่อให้ประชาชนพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ประสบปัญหาโควิด เพราะว่าอาหารการกินเราก็ไม่ได้เตรียมพร้อมส่วนใหญ่ทำงานที่กรุงเทพกัน เวลากลับมาบ้านนอกไม่มีอาหาร เพราะว่าที่ไร่ที่นาก็แห้งแล้ง ไม่ได้มีการปลูกกล้วยหรือปลูกอาหารที่จะกิน ชีวิตประจำวันของเกษตรกรที่นี่เนื่องด้วยชาวบ้านเป็นคนยากคนจนหาเช้ากินค่ำ เวลาที่จะมาทำการเกษตรที่หล่อเลี้ยงชีวิตยาก ก็เลยคิดว่ามีโครงการโคก หนอง นา เกิดขึ้นก็เลยอยากให้มี อยากให้ประชาชนมีอาหารกิน การอยู่ มีโรงครัว อย่างสบายไม่เดือดร้อน ช่วยประหยัดเงินเพราะว่าถ้าเรากินแบบประจำ ๆ โคกหนองนาก็ช่วยให้ประหยัดลง เพราะว่าถ้าเรามีมะละกอ มีสะเดา และผักต่าง ๆ เราไม่จำเป็นต้องซื้อ เราก็จะได้ประหยัดเงินมา รายจ่ายเราก็ลดลง การเป็นอยู่ก็ไม่เดือดร้อน ดังพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชการที่ 9 ท่านบอกว่าให้ชาวบ้านอยู่แบบเรียบง่ายอยู่แบบมัชฌิมา คืออยู่แบบทางสายกลางพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่สร้างความทุกเดือดร้อนให้กับตนเองและครอบครัว หรือสังคม อยู่แบบสบาย ๆ ซึ่งโคก หนอง นา ที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ทำอยู่นี่ คือคำตอบที่ชัดเจน ตรงเป้าหมายที่สุดในยุคนี้..”