ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเยือนหุบผาสวรรค์ในอดีต ปัจจุบันคือสถาบันพระสังฆาธิการ

วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมสถาบันพระสังฆาธิการ จังหวัดราชบุรี

สถาบันพระสังฆาธิการ ตั้งอยู่บนพื้นที่ ๒๐๐ ไร่ ด้านทิศตะวันออกเขาถ้ำพระ ณ หมู่ที่ ๗ ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นหน่วยงานราชการ ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสำนักปู่สวรรค์ มูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ เรียกดินแดนแห่งนี้ว่า “หุบผาสวรรค์” ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งของทางราชการ ทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ได้ตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน และกำหนดบทบาทให้อาณาจักรหุบผาสวรรค์เป็นสถานที่จัดตั้งสถานศึกษาทางพระพุทธศาสนา และพัฒนาคุณภาพบุคลากรทางศาสนา โดยมอบให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ซึ่งก็ได้มีการส่งเรื่องให้กรมการศาสนา ในขณะนั้น นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาและมีมติเห็นชอบตามหลักการ โดยให้เป็นสถานศึกษาของสงฆ์ ในระดับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง ให้เป็นสถาบันวิจัยทางพระพุทธศาสนา ให้เป็นสถาบันพัฒนาผู้บริหารของพระสังฆาธิการ และให้เป็นวิทยาลัยวิชาการพระพุทธศาสนา ของกรมการศาสนา

เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๕ กรมธนารักษ์ได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดของหุบผาสวรรค์ให้กรมการศาสนาดำเนินการต่อ มีการเปลี่ยนชื่อสำนักหุบผาสวรรค์ เป็น “สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการพระศาสนา” โดยรวมฝ่ายฝึกอบรม กองแผนงาน กับฝ่ายคณะกรรมการศึกษาของสงฆ์ กองศาสนศึกษา เพื่อมาปฏิบัติงานของสถาบันฯ ได้มีการปรับปรุงก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เช่น ปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ทรงกลม ๒ ชั้น จุได้ชั้นละ ๕๐๐ คนก่อสร้างอาคารหอพัก ๔ ชั้น สำหรับผู้เข้ารับการอบรมและปฏิบัติธรรม จำนวน ๕๖ ห้องพัก ๒๔ ห้องน้ำ อาคารฝึกอบรม ๔ ชั้น อีกทั้งมีการตกแต่งภายในบริเวณสถาบันฯให้สะอาดร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ มีการปฏิรูประบบราชการ ส่งผลให้สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการพระศาสนา เปลี่ยนไปอยู่ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และได้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น “สถาบันพระสังฆาธิการ” มีฐานะเทียบเท่ากอง ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑. จัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการพัฒนาพระสังฆาธิการ และสถาบันพระสังฆาธิการ

๒.ดำเนินการถวายความรู้ ฝึกอบรม ประชุม สัมมนาพระสังฆาธิการ

๓. ดำเนินถวายความรู้พระสังฆาธิการในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การจัดหลักสูตรในห้องเรียน

๔. ศึกษา วิจัย พัฒนา และจัดทำหลักสูตร ค้นคว้าหาวิธีการพัฒนาพระสังฆาธิการที่เหมาะสมและบังเกิดผลสูงสุด รวมทั้งติดตามประเมินผล การถวายความรู้ ฝึกอบรม การประชุมสัมมนาพระสังฆาธิการ

๕. ดำเนินการสร้างเครือข่ายการพัฒนาพระสังฆาธิการ เพื่อประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งบุคลากร และวัสดุอุปกรณ์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และคณะสงฆ์ทั้งในและต่างประเทศ หรือที่ได้รับมอบหมาย

ปัจจุบัน สถาบันพระสังฆาธิการ มีสถานะเป็นกลุ่มงานในสังกัดสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ที่มุ่งหน้าขับเคลื่อนภารกิจ ตามแผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ (ปี ๒๕๕๙ – ๒๕๖๓) ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ 032 282 260 – 63

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ/ข่าว

อนึ่งอาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา จากข้อมูลในอดีตเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2515 โดยอาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ อดีตนายกสมาคมศาสนาสัมพันธ์ ประธานมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ พร้อมคณะได้มาบุกเบิกก่อสร้างให้เป็นสถานที่สร้างสันติภาพโลก เพราะมีอุดมการณ์ข้อหนึ่งที่คณะนี้ยึดมั่นคือ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และสันติภาพเป็นสรณะ โดยได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรในสมัย น.อ.สมภพ ภิรมย์ อนุญาติให้ ศ.ดร.คลุ้ม วัชโรบล อุปนายกมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้

สำหรับการสร้างศาสนสถานบนเขาถ้ำพระในหุบผาสวรรค์ คือ พระพุทธรูปยืนสูง ๙ เมตร พระเยซูยืนสูง ๙ เมตร พระแม่กวนอิมยืนสูง ๙ เมตร และสัญลักษณ์ศาสนาต่าง ๆ โดยหันพระพักตร์ไปทางสันติเจดีย์(สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ) มีความหมายว่า พระศาสดาแต่ละศาสนา(หลักคำสอนอันแท้จริง)ล้วนก่อตั้งศาสนามาเพื่อสร้างสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ เป็นการสร้างภารดาภาพทางศาสนา นำพลังศาสนามาสร้างสันติสุข ไม่ใช่รวมศาสนา และก่อจะก่อสร้างองค์ศาสดาในหุบผาสวรรค์ คณะอาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ จะต้องเดินทางไปขออนุญาติก่อการสร้าง อาทิ สร้างพระเยซู ก็ไปเฝ้าองค์สันตะปาปา ตั้งแต่พระสันตะปาปาจอหน์ปอล ๖ ซึ่งพระองค์ก็ทรงอนุญาติให้สร้าง พร้อมมอบพระแม่มารีอาให้มาประดิษฐานที่หุบผาสวรรค์ด้วย เป็นต้น

ต่อมาสำนักหุบผาสวรรค์ ได้มีข่าวการบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิด จนอาจารย์สุชาติ ผู้ก่อตั้งหุบผาสวรรค์ ถูกตั้งข้อหาถึง ๗ คดี (ในการถูกฟ้องร้อง อ.สุชาติ ไม่มีคดีเกี่ยวกับความมั่นคง, ไม่มีคดีเกี่ยวกับหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ,และไม่มีคดีอันเป็นคอมมิวนิสต์) ต่อมาถึงที่สุดทุกคดียกฟ้องหมด คดีสุดท้ายคือถูกกล่าวหาว่าบุกรุกโบราณสถาน ศาลฎีกาพิพากษาว่า ไม่มีเจตนาบุกรุก เพราะมีหลักฐานการอนุญาตจากกรมศิลปากรให้ใช้พื้นที่

เมื่อคดีสิ้นสุด อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ ก็ได้ออกอุปสมบทมีฉายา พระอริยวังโสภิกขุ และได้มรณภาพอย่างสงบ