ถูกผีเขมรหลอก ขณะไปทำข่าวสงครามกลางเมืองกัมพูชา บวชไม่สึกนานถึง 20 ปี

 

สงครามกลางเมืองกัมพูชา เป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนามเหนือ) และเวียดกงฝ่ายหนึ่งกับรัฐบาลสาธารณรัฐเขมร ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐเวียดนาม (เวียดนามใต้) อีกฝ่ายหนึ่ง สงครามนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นจากอิทธิพลและการกระทำของพันธมิตรคู่สงคราม การเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องของกองทัพประชาชนเวียดนาม (กองทัพเวียดนามเหนือ) เป็นไปเพื่อป้องกันฐานที่มั่นทางตะวันออกของกัมพูชา ซึ่งหากเสียไปการดำเนินความพยายามทางทหารในเวียดนามใต้จะยากขึ้น รัฐประหาร 18 มีนาคม พ.ศ. 2513 ทำให้รัฐบาลนิยมอเมริกาและต่อต้านเวียดนามเถลิงอำนาจ และยุติความเป็นกลางในสงครามเวียดนาม กองทัพเวียดนามเหนือจึงถูกคุกคามจากทั้งรัฐบาลกัมพูชาใหม่ที่ไม่เป็นมิตรทางตะวันตก และกองกำลังสหรัฐและเวียดนามใต้ในเวียดนามทางตะวันออก หลังจากการสู้รบผ่านไป 5 ปี รัฐบาลฝ่ายสาธารณรัฐเขมรพ่ายแพ้เมื่อ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 และเขมรแดงได้ประกาศตั้งกัมพูชาประชาธิปไตย ความขัดแย้งนี้แม้จะเป็นการสู้รบในประเทศ แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2502 – 2518) และมีความเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างราชอาณาจักรลาว เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ สงครามกลางเมืองนี้นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา สงครามเริ่มต้นวันที่ 11 มีนาคม 2510 – 17 เมษายน 2518 ผลลัพธ์ เขมรแดงชนะ ก่อตั้งกัมพูชาประชาธิปไตย เริ่มต้นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชา มีผู้สูญเสียชีวิตและพิการเป็นจำนวนมาก คนที่รอดชีวิตเหมือนอยู่ท่ามกลางฝันร้ายตลอดกาล

ดร.ประกายวรรณ มณีแจ่ม ผู้เล่าเรื่อง

เรื่องราวที่ข้าพเจ้าจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องของนักข่าวไทยคนหนึ่ง ทำงานให้กับสำนักข่าวประเทศญี่ปุ่น และมีคำสั่งให้ไปทำข่าว “สงครามกลางเมืองกัมพูชา”  ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรู้จัก ดร.ประกายวรรณ มณีแจ่ม เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง  เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของน้าที่เป็นนักข่าวในอดีตให้ฟังว่า น้าเป็นนักข่าวที่เก่ง ทำงานดี มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานสูง  เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประเทศกัมพูชามีปัญหาความวุ่นวายเกิดขึ้นในประเทศ น้าถูกมอบหมายให้ไปทำข่าวนี้โดยเฉพาะ ตอนนั้นทำข่าวค่อนข้างลำบากจับภาพยาก เพราะยิงกันตลอด เวลาถ่ายรูปต้องปีนขึ้นไปต้นไม้  เพื่อให้ได้ทั้งภาพและเรื่องราว หลังจากทำข่าวเสร็จแล้ว ตกเย็นมาพักที่โรงแรมไม้เก่าๆ  สมัยก่อนโรงแรมเป็นไม้อย่างเดียว วันนั้นรู้สึกอ่อนเพลีย และเหนื่อยล้าจากการทำข่าว หัวถึงหมอนจึงหลับเลย สักพักหนึ่ง น้าก็ได้ยินเสียงคนข้างห้องทะเลาะกันเสียงดังมาก บริเวณฝาห้องมีรอยร้าว

 

น้าจึงลุกขึ้นไปแอบดู และได้เห็นภาพคนฆ่ากันตาย จึงรีบวิ่งไปข้างล่างเพื่อบอกพนักงาน พนักงานบอกว่าข้างห้องเป็นห้องว่างไม่มีใครอยู่ ล็อกกุญแจไว้ เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น น้าก็กลับขึ้นมานอนต่อ คิดไปว่าเราคงเหนื่อยมากไปจากการทำข่าว ภาพการสู้รบ การสังหาร และฝังอย่างโหดเหี้ยมในสงครามมันติดตา เลยนำมาฝัน พอจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอีก เมื่อแอบดูก็ได้เห็นภาพเดิม เรื่องราวเดิม น้าจึงวิ่งไปบอกพนักงานคนเดิมอีกครั้ง พนักงานก็ยังยืนยันว่ามันเป็นห้องว่างจริงๆ พร้อมเดินขึ้นมากับน้าและเปิดห้องให้ดู คราวนี้น้ารู้แล้วว่าตัวเองถูกผีหลอก จึงรีบออกจากโรงแรมคืนนั้นทันที  ครั้นจะข้ามมาฝั่งไทย ก็กลัวไม่ปลอดภัย เพราะดึกแล้ว เส้นทางเปลี่ยว น่ากลัวมาก จึงนอนในรถ เช้าขับรถกลับมาที่ประเทศไทย จังหวัดอยุธยา น้าเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พี่สาวฟัง พี่สาวจึงแนะนำว่าให้บวช แล้วอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณที่เราเห็นสัก 7 วัน น้าจึงได้ตัดสินใจบวชตามคำแนะนำของพี่สาว วันนั้นเลย ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา ตั้งวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ประมาณ 20 ปีแล้ว ท่านยังไม่สึก

ทุ่งสังหาร (Killing Fields)

ผลของสงคราม คือ ความสูญเสีย ความพลัดพราก ความหวาดกลัว สิ้นหวัง ท้อแท้ ปนไปด้วยเสียงกรีดร้อง ร่ำไห้ กลิ่นคาวเลือด เป็นความสูญเสียทีเกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนับหลายสิบปี หลายคนไม่อาจลืมภาพความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ เป็นบาดแผลทางใจที่แสนสาหัสพอกับทางร่างกาย ผลของสงครามเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก เป็นความทรงจำที่โหดร้ายติดตรึงชั่วลูกชั่วหลาน ประชาชนราว 2.5 ล้านคน ถูกฆ่า เพราะเป็นพวกต่อต้านการปกครองของรัฐบาลเขมรแดง เมื่อไหร่ที่รู้ว่าคนกลุ่มไหนต่อต้าน จะถูกแจ้ง รวมถึงคนที่มีความรู้ ถือว่าเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ วิธีการสังหารจะไม่ใช้การยิง แต่จะฆ่าโหด ด้วยวิธีการอันโดยร้าย อาวุธที่ใช้ มีหลายอย่าง อาทิ ขวาน มีด ไม้ ถ้าเป็นเด็กจะจับฟาดกับต้นไม้เพื่อให้เสียชีวิต ไร้ความเมตตา

น่าเห็นใจดวงวิญญาณเหล่านั้น คงได้รับทุกข์ทรมาน จากการฆ่ากันตายในสงคราม  และรอคอยบุญกุศลจากมนุษย์ผู้ใจบุญ ท่านที่มีชีวิตอยู่เร่งสร้างกุศลนะคะ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะหมดลมวันไหน ที่ใด เวลาใด ความตายไม่มีเครื่องหมายบอก หากเราหมั่นสร้างบุญไว้มากๆ เมื่อตายไปจะได้ไม่ต้องลำบาก พึ่งบุญเราเองที่เคยสะสมไว้ ตอนมีชีวิต ดีกว่าพึ่งบุญจากคนอื่น เพราะบุญเป็นที่พึ่งทั้งโลกนี้และโลกหน้าค่ะ

รัตติกาล