ชีวิตที่แปลกและน่าทึ่ง!! ของอาจารย์วิชัย ศรีแก้ว เจอวิญญาณ ๑๓ ครั้ง เคยตายแล้วเกิดในชาติเดียวกัน

    บนโลกใบนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ท้าทายวิทยาการปัจจุบัน เหตุการณ์อันสุดแสนจะแปลกประหลาดและสุดมหัศจรรย์ ได้เกิดขึ้นกับชีวิตของอาจารย์วิชัย ศรีแก้ว พิธีกร วิทยากร อาจารย์อบรมความรู้ให้กับหน่วยงานต่างๆ   ด้านศาสนา ปรัญชา สังคม ฯ แล้วแต่ว่าจะกำหนดให้ว่าจะบรรยายหัวข้อไหน เรื่องอะไร ข้าพเจ้าได้พบกับอาจารย์วันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวร เรามีภารกิจที่ต้องไปงานนี้ด้วยกัน  ข้าพเจ้านั่งรถตู้ไปกับขบวนของดร.สุพิชชญา สาคร ประธานดำเนินงานมูลนิธิโพธิฆเนสโร เพื่อไปงานของสมเด็จพระนเรศวร และได้นั่งข้างๆ อาจารย์วิชัย เจ้าของเรื่อง จึงได้มีโอกาสพูดคุยสนทนากัน ระยะทางยาวและไกล เราจึงได้มีโอกาสคุยกันไปเรื่อยๆ ในที่สุด ก็ได้คุยถึงเรื่องราวชีวิตของอาจารย์  นับว่าเป็นเรื่องแปลกเรื่องหนึ่งทีเดียว อาจารย์เป็นคนที่มองเห็นวิญญาณบ่อยมาก ประมาณ ๑๓ ครั้ง ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาจารย์ตายไป แล้วกลับชาติมาเกิดเป็นคนใหม่อีกครั้งในชาติเดียวกัน พ่อ – แม่ คนเดิม ระยะเวลาที่กลับมาเกิดครั้งที่ ๒ ประมาณ ๖เดือน ช่วงที่ตายไปไม่ได้ไปสัมปรยภพ วิญญาณติดตามแม่ตลอด หลังจากตายไปแล้ว ๖ เดือน แม่ตั้งท้องอีกครั้ง ข้าพเจ้าขอถ่ายทอดบทสนทนาให้ท่านทั้งหลายได้ฟัง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าสังสารวัฎนั้นมีจริง คนเราต้องเวียนวายตายเกิด ไม่ใช่ตายแล้วสูญอย่างที่บางคนสงสัย หรือ เข้าใจผิด

ข้าพเจ้า          อาจารย์เป็นคนที่ได้เห็นวิญญาณบ่อยมากเรื่องราวเป็นอย่างไร เห็นอะไร ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ

อาจารย์วิชัย    ในชีวิตผมพบเห็นวิญญาณประมาณ ๑๓ ครั้ง ครั้งแรกตอนนั้นผมยังเด็กกำลังเดินทางจากหมู่บ้านสะตึกไปยังหมู่บ้านหนองน้ำขุ่น ตอนนั้นเป็นเวลาพลบค่ำ ผมเดินผ่านป่าช้า ได้เจอกับพี่น้อยคนรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน  เส้นทางที่ต้องเดินผ่านมีกระท่อมปลายนา ข้างๆ กระท่อมมีต้นกระถินปลูกอยู่ ผมมองเห็นพี่น้อยยืนนิ่ง ที่บ่ามีผ้าขาวม้าพาดไหล่ ในใจคิดว่านี่ก็จวนจะมืดแล้วพี่น้อยมายืนอยู่ทำไม แต่ก็ไม่ได้ทักเพราะ รีบไปมันจะค่ำแล้ว เมื่อเดินผ่านมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ได้ยินเสียงคนในบ้านร้องไห้ ผมถามเขาว่าร้องไห้ทำไมกัน มีอะไรหรือเปล่า เขาตอบว่าพี่น้อยตายแล้ว ผมบอกว่าตายที่ไหน ผมเพิ่งเห็นพี่น้อยเมื่อกี้นี้ พวกเขาบอกว่าพี่น้อยตายแล้วจริงๆ เพิ่งตาย นี่คือการเห็นวิญญาณครั้งแรกของผม

ต่อมาในขณะที่ผมบวชเป็นสามเณร ได้เห็นโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นคนที่ใส่บาตรที่วัดเป็นประจำ เขายืนอยู่ข้างวัด ผมได้ทักเขาว่าค่ำมืดแล้วมายืนอยู่ที่นี่ทำไม เขานิ่งไม่ตอบคำถาม พอผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาหายวับไปกับตา ผมสงสัยว่าเขาหายไปไหน จึงได้สอบถามพระรูปอื่น ว่าเห็นผู้หญิงที่อยู่ซอยสามไหม เมื่อกี้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูวัด คุยอยู่ดีๆ ไม่รู้ว่าหายไปไหน พระท่านบอกว่าอ๋อ เขาไม่สบายมาก นอนซมอยู่ที่บ้าน หลังจากนั้นอีก ๓ วัน ผู้หญิงคนนี้ก็ตาย นี่แสดงให้ว่าจิตของผู้หญิงคนนี้ออกมาจากร่างก่อนแล้ว ร่างกายของเราประกอบด้วยกาย+จิตใจ รวมกันเท่ากับ ชีวิต  ถ้ามีแต่ร่างกาย ไม่มีจิตใจน่าจะเรียกว่า ซากศพ แต่ถ้ามีแต่จิตใจ ไม่มีกาย อาจเป็นผีหรือเทวดา ดังนั้นองค์ประกอบของชีวิต จึงต้องมีทั้งกายและใจ หรือ รูปและนามประกอบกัน จึงเป็นขันธ์ ๕

การเห็นวิญญาณครั้งต่อมา เมื่อก่อนผมทำงานอยู่ที่สายการบินแห่งหนึ่ง ตอนนั้นเวลาหกโมงเย็น ผมกำลังจะเข้าห้องน้ำ ก็ได้เดินสวนกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่รู้จักกัน ท่านเดินก้มหน้า ผมเองก็เดินก้มหน้า เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่กว่าผม  พอตอนเช้าคนในหน่วยงานคุยกันว่า ท่านไม่น่าตายเลย ผมได้ยินจึงถามว่าใครตาย เขาบอกว่าก็หม่อมนะสิ ผมถามว่าตายเมื่อไหร่ เมื่อวานตอนเย็นผมยังเดินสวนกับท่านที่ห้องน้ำเลย เพื่อนผมบอกว่าตายตอนสิบโมงเช้า นี่แหละครับไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิญญาณมีจริงหรือไม่ จริงๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนมีเซ็นส์ มีสื่อ หรือมีองค์ แต่ผมพบเจอวิญญาณบ่อยมาก เป็นคนที่รู้จักและไม่รู้จัก

ต่อมา ผมเจอวิญญาณคนตายในงานศพ เขาเป็นเพื่อนผม ชื่อวารินทร์ จัดงานที่วัดธาตุทอง เพื่อนผมคนนี้เป็นคนที่สนใจในเรื่องการปฏิบัติธรรมมาก เราไปปฏิบัติธรรมด้วยกันที่ประเทศอินเดีย หลังจากกลับมาแล้ว ๓ วัน เขาก็ไปอินเดียต่อเพื่อปฏิบัติธรรม ผมทราบภายหลังว่าเขาตาย มีคนบอกมาอีกที จึงได้ไปร่วมงานขณะที่กำลังฟังสวดพระอภิธรรมอยู่นั้น ผมมองเห็นเพื่อนที่ตายเดินเข้าผ่านประตูเข้ามา หลังจากนั้นภาพก็ค่อยๆ เลือนรางและจางหายไป เมื่อสวดพระอภิธรรมเสร็จผมจึงเดินรวมกลุ่มกับเพื่อกลับบ้าน

อีกเรื่องหนึ่ง ตอนบวชเป็นสามเณร ช่วงนั้นปิดภาคเรียน ผมไปธุดงค์ ปลักกลดอยู่กับพระรูปหนึ่ง ไกลกันพอสมควร บริเวณนั้นคือเขาภูดิน ต.ต้นทอง อ.สะตึก จ.บุรีรัมย์ ขณะที่กำลังปักกลด เพื่อเตรียมตัวนั่งสมาธิ เกิดลมกรรโชกแรง กิ่งไม้พัดเสียงดังมาก ใบไม้โอนถูกับดินเหมือนมีใครมาปัดกวาด ผมขนลุก สันหลังวาบ พยายามเข้าสมาธิ แต่ทำไม่ได้ เพราะกลัว จิตจึงไม่นิ่ง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนคุยกัน แต่มองไม่เห็นตัว ฟังไม่รู้เรื่องว่าคุยอะไรกัน ในที่สุดผมจึงถอนกลด แล้วไปตั้งกลดใกล้กับพระ ข้างกลดมีต้นยางใหญ่ คืนนั้นผมฝันว่ามีคนรูปร่างโบราณสูงใหญ่ อยู่ๆ ต้นยางกลายเป็นวัดร้าง

เรื่องต่อมา ตอนนั้นผมขับรถจากจ.บุรีรัมย์ จะเข้าไปยังอำเภอนางรอง ไปกับเพื่อน ๒  คน เหตุการณ์นี้เพื่อนก็เห็นและรับรู้ด้วย อยู่ๆ มีคนมายืนขวางหน้ารถ  เพื่อนบอกให้จอดรถ เพราะมีคนมายืนขวาง ผมเองก็เห็นเหมือนเพื่อน จึงจอดรถไปดู  ปรากฏว่าไม่เห็นใครเลย จึงขึ้นรถแล้วขับต่อไปอย่างรวดเร็ว

คราวนี้มาเรื่องความฝันบ้าง ผมฝันว่าผู้หญิงมาขอความช่วยเหลือ  เขาบอกว่าช่วยหนูด้วยๆๆๆ ผมถามเขาว่าจะให้ช่วยอย่างไร  เขาบอกว่าหนูหลงทางไปไหนไม่ถูก หนูถูกฆ่าตายตรงถนนสายนี้ (ถนนสรงประภา)

ข้าพเจ้า  แล้วชีวิตตอนเด็กอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างค่ะ น่าสนใจจัง แปลกมากที่ได้พบเห็นวิญญาณบ่อย น่าจะมีอะไรสักอย่างที่เป็นเหตุให้เจอวิญญาณบ่อยขนาดนี้

อาจารย์วิชัย     ผมมีพี่น้อง ๘ คน คนโตเป็นผู้หญิง คนที่ ๒ เป็นผู้หญิงชื่อจำปา ซึ่งก็คือผมเอง ตอนอายุประมาณ ๒ ขวบ ผมป่วยเป็นโรคฝีดาษ แล้วตาย ผมเห็นแม่อุ้มผมออกจากบ้านแล้วพาไปนอนบริเวณนอกชาน แม่เดินไปข้างรั้วนำปลีกล้วยมาวางไว้ข้างๆ แล้วบอกว่าถ้าหิวนมก็ดื่มนะลูก แม่ร้องไห้ เห็นแม่เพียงคนเดียว แม่นำผมไปเผา ไม่รู้พ่อไปไหน ผมจำภาพเหล่านี้ได้ติดตา  แม้ปัจจุบันนี้ผมยังไม่เคยลืม หลังจากนั้นประมาณ ๖ เดือน แม่ได้ตั้งท้อง ลูกคนที่ ๓ มาเกิด คือผมนั่นเอง คราวนี้ผมเกิดเป็นผู้ชาย พอรู้ความผมพูดเรื่องราวชาติที่แล้ว เป็นเรื่องฮือฮามากในสมัยนั้น ชาวบ้านรู้กันหมดพูดกันปากต่อปาก บอกว่าจำปากลับชาติมาเกิด ผู้ใหญ่อยากให้ผมลืมอดีตชาติ จึงได้พาไปลอดใต้ท้องช้าง เพราะมีความเชื่อว่าหากผมลอดใต้ท้องช้างแล้ว จะทำให้ลืมอดีตชาติได้ แต่ไม่มีผล เพราะผมยังจำทุกอย่างได้เหมือนเดิม ช่วงที่ผมตายผมไม่ได้ไปโลกวิญญาณ ผมตามแม่ไปตลอด จนกระทั่งแม่ตั้งท้องครั้งใหม่ ซึ่งคือผมนั่นเอง

ข้าพเจ้า          อย่างนี้คนเราตายแล้วไม่สูญ มีการเวียนว่ายตายเกิดแน่นอน อาจารย์มีข้อแนะนำดีๆ เรื่องการดำเนินชีวิตบ้างไหมค่ะ

อาจารย์วิชัย    เมื่อมีชีวิตอยู่อย่าประมาท ทุกคนรู้วันเกิดแต่ไม่มีใครรู้วันตาย ให้รีบขวนขวาย สร้างบุญ สร้างกุศล เพื่อจะได้ติดตามไปยังสัมปรยภพ กรรมมีจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำอย่างไรได้อย่างนั้น กรรมเป็นตัวจำแนกคนและสัตว์ให้แตกต่างกัน ถ้าเราต้องการไปสู่ภพภูมิที่ดีควรสร้างบารมีไว้ ถ้าทำตอนใกล้ตาย ไม่ทันครับ รีบทำขณะที่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

รัตติกาล