กากัน มาลิค พระเอกหนังพระพุทธเจ้า ปลื้มได้อุปสมบทในเมืองไทย เชื่อเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก พร้อมนำธรรมะไปเผยแพร่ให้คนอินเดียมานับถือพระพุทธศาสนาให้มากขึ้น

กากัน มาลิค พระเอกหนังพระพุทธเจ้า ปลื้มได้อุปสมบทในเมืองไทย เชื่อเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก พร้อมไปนำธรรมะคนอินเดียให้นับถือพระพุทธศาสนามากขึ้น
กากัน มาลิค เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 65 เวลา 10.00 น. ณ พระอุโบสถ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ระยะเวลาบวช 15 วัน ระหว่างวันที่ 10-24 ก.พ. 65 โดยพระเดชพระคุณพระราชพระราชวรญาณโสภณ (ชุบ เขมงฺกโร ป.ธ.๔) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เป็นพระอุปฌาชย์ โดยได้รับฉายาทางมคธว่า อโสโก ผู้ไร้ซึ่งความโศก ซึ่งก่อนเข้าพิธีอุปสมบท นักแสดงหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์เป็นพิเศษ ผ่านเพจของ “ชมรมไตรรัตนภูมิ” ดังนี้


วัตถุประสงค์ของการบวช?
ผมขอเล่าเท้าความ เหตุผลก่อนว่าทำไมถึงต้องมาที่นี่ อย่างที่เรารู้กันว่าประเทศอินเดีย เป็นดินแดนกำเนิดพระพุทธศาสนา หลายๆ คนจึงเข้าใจว่าที่อินเดีย คนนับถือศาสนาพุทธเยอะ แต่ความจริงมีชาวพุทธในอินเดียแค่หนึ่งถึงสองเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผมจึงอยากมาที่นี่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอินเดียที่โน่น ได้เห็น และการมาบวชเป็นพระสงฆ์ที่นี่ ก็เพื่อที่จะเรียนรู้ในกฎข้อปฏิบัติ พระสงฆ์ในไทยปฏิบัติยังไง เขาเรียนรู้อะไร ต้องการมาฝึกเพื่อที่จะเรียนรู้จากภายในของตัวเอง ว่าการปฏิบัติเพื่อเป็นชาวพุทธที่ดีเป็นอย่างไร
ผมคิดว่า ด้วยตัวผมเองเป็นนักแสดงอยู่แล้ว ก็อาจจะสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอินเดียมาทำตามอย่างได้ เพื่อที่เราชาวพุทธจะได้เริ่มหมุนวงล้อธรรมจักรอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนี้ ผมอยากกลับไปสอนคนอินเดียได้ถูกว่าการเป็นชาวพุทธ ทำอย่างไร เรียนรู้อะไรกันบ้าง แต่ทั้งนี้ผมไม่ได้ต้องการเปลี่ยน คนอินเดียที่โน่นให้ทุกคนนับถือศาสนาพุทธ แค่อย่างน้อยได้กลับไปสอนธรรมะ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ
ผมไม่ได้ต้องการคนอินเดียมาเป็นพุทธ ผมต้องการสอนธรรมะ นำธรรมะกลับไปสู่ดินแดนที่พระพุทธเจ้าเคยประสูติ
เหตุผลที่เลือก วัดธาตุทอง ประเทศไทย?

ผมสนิทสนมกันดีกับ คุณณัฏฐกิตติ์ ชัยเฉลิมมงคล เราเหมือนเป็นพี่น้องกัน ก่อนหน้านี้ผมเคยพาคณะจากอินเดียมาบวช หนึ่งในนั้นคือท่าน ศรีราชกุมาร บาโดเล รัฐมนตรีอินเดีย ตอนนั้น เจ้าอาวาสถามเมื่อไหร่จะถึงคิว ผมจึงตอบเป็นเหมือนกับสัญญา ว่าถ้ามีโอกาสได้บวช จะฝากตัวเป็นลูกศิษย์เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เหนือสิ่งอื่นใด การเลือกบวชในเมืองไทย เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของผมนะครับ ผมเชื่อว่าศูนย์กลางพุทธศาสนา จากที่ผมได้เดินทางมาบ่อยครั้ง ได้สัมผัส กิจวัตรของพุทธศาสนิกชน การปฏิบัติ ตนพระสงฆ์ในไทย ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ให้คนได้นำไปใช้ ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจอยากศึกษา เพื่อไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย
สำหรับสาเหตุที่ผมเชื่อว่าศูนย์กลางของศาสนาพุทธอยู่ที่ประเทศไทย ผมเชื่ออย่างนั้นจากหลายปัจจัย เช่น กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของคนไทยหลายๆ อย่าง อาทิ บริจาคพระพุทธรูป บริจาคผ้าห่มกันหนาว บริจาคอาหารให้ผู้ยากไร้ ฯลฯ ซึ่งคนไทยไปทำบุญบริจาคเยอะมากที่พุทธคยา นั่นเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ผมเริ่มอยากเรียนรู้ อยากศึกษาพระพุทธศาสนาที่นี่ ว่ามีคำสอนอย่างไร ผู้คนถึงจิตใจดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

การที่ได้รับบทพระพุทธเจ้า คิดว่าแก่นแท้ของศาสนาคืออะไร?
ในความคิดผม แก่นของพุทธศาสนา คือ การไม่ยึดติด ควรจะอยู่กับตัวเอง มีความสุข ความรัก ความเมตตา ความสุขสงบภายใน ไม่ให้ยึดติด ให้อยู่กับปัจจุบัน และจากที่ได้รับบทพระพุทธเจ้า พอได้ศึกษา พบว่าทุกคนมีความทุกข์ แต่การละความทุกข์ คือ ละความสุขทุกอย่าง จากความร่ำรวยที่มี ทิ้งภรรยา ลูก ทรัพย์สมบัติ พระราชวัง ฯลฯ เพื่อค้นหาความสุขภายใน อะไรคือความสุขที่แท้จริง เพื่อที่จะ ไม่ต้องอยู่กับความทุกข์นั้นอีกแล้ว ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา

นำคำสอนอะไร ไปใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง?
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากธรรมะ แล้วอยากให้ทุกคนนำไปปฏิบัติคือ ความรัก ความสุขสงบ ความเมตตา สามคำนี้ทุกคนควรมีต่อกัน ผมเปลี่ยนไปเยอะ จากปกติเป็นนักแสดง เป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไปที่ต้องการชื่อเสียง ตัวเองโด่งดัง ได้เงินจากการแสดง แต่หลังจากได้ศึกษา ทำตามคำสอน ทำให้ผมละทิ้งกิเลส อบายมุข ไม่ต้องการเยอะเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือ เผยแผ่ศาสนาพุทธไปอินเดีย สอนธรรมะให้คนอื่นๆ

คิดว่าทำไมตัวเองถึงได้ถูกเลือกให้รับบทนี้?
โปรดิวเซอร์ที่ทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ศรีลังกา มีภาพอยู่แล้วว่าพระพุทธเจ้าจะต้องมีลักษณะอย่างไร สูงเท่าไหร่ เป็นอย่างไร คนที่มาแคสก็เยอะมาก ผมก็เป็นหนึ่งในแคนดิเดท คิดว่าคนที่ถูกเลือก น่าจะมีความคิด มีใจเหมาะจะเป็นพระพุทธเจ้า ผมผ่านไปถึงรอบสาม จนกระทั่งโปรดิวเซอร์ตามไปที่บ้านผม นิวเดลี ใช้ชีวิตด้วยกันเจ็ดวัน เขาบอกว่าในชีวิตผู้กำกับ ทำอยู่สองเรื่อง เขาต้องมั่นใจว่าเลือกถูกคน

ฝากถึงชาวพุทธในไทยและทั่วโลก เนื่องในวันมาฆบูชา ที่ใกล้จะมาถึง
ผมออกตัวก่อนว่า ไม่รู้ลึกซึ้งเท่าคนไทยที่ศึกษาธรรมะ ถ้าจะฝากจริงๆ อยากให้ ชาวพุทธคนไทยศึกษาด้วยสติปัญญา เพื่อจะได้เกิดการกระทำความดี ผมเชื่อว่า ปัญญา เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ชาวพุทธต้องมี พระพุทธเจ้าไม่เคยจดอะไรไว้ สั่งสอนด้วยปัญญา มีสติอยู่กับตัวก็จะไม่เกิดปัญญา เหมือนคนเลี้ยงสัตว์ รู้ว่าจะให้อาหาร ให้ยา ตอนไหน ฯลฯ อีกหนึ่งคำสอนที่ผมชอบ คือ สิ่งที่สำคัญต้องมีสติ ระลึกรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเราทำอะไร เพราะสติคือความดี อยู่กับปัจจุบัน มีสติ ตื่นรู้ กับทุกขณะที่ทำ

นำศาสนาพุทธสู่มาตุภูมิ ผุดโปรเจคต์ยิ่งใหญ่
ผมเชื่อในเรื่องศาสนาพุทธ เรื่องเวียนว่ายตายเกิด เชื่อว่าน่าจะทำกรรมดีไว้ในประเทศไทย รู้สึกผูกพัน เชื่อมโยง อาจจะเคยเกิดที่ประเทศไทยจึงเชื่อมโยงผมกลับมาที่นี่ ทั้งนี้สองสิ่งที่ผมเดินทางมาอุปสมบทในครั้งนี้ หนึ่ง ผมบวชเพื่อเรียนรู้ ศึกษาให้รู้จักตัวเองมากขึ้น สอง อยากพลิกฟื้นศาสนาพุทธในอินเดีย ตามรอยพระเจ้าอโศก ที่เคยสร้างเจดีย์ไว้แปดหมื่นสี่พันองค์ ผมจึงก่อตั้ง ชมรมไตรรัตนภูมิ ร่วมกับมิตรสหายเครือข่ายสหายธรรมในประเทศไทย ว่าที่ร้อยเอกณัฏฐกิตติ์ ชัยเฉลิมมงคล และ นางสาวฐิติรัตน์ เฮงสกุล จัดทำโครงการบริจาคพระพุทธรูปแปดหมื่นสี่พันองค์ให้กับชาวพุทธในอินเดีย ไม่ว่าจะสักการะตามบ้าน สำนักวิปัสสนา ตามวัด และอยากเชิญชวนทุกคนร่วมกันทำโครงการฯ นี้ให้สำเร็จ

ผมเชื่อว่าพระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง เมื่อพระพุทธรูปไปสู่แต่ละบ้าน วัด ชุมชน สำนักวิปัสสนา ฯลฯ ในอินเดียแล้ว จะสามารถดึงคนให้กลับมาศึกษาธรรมะ พลิกฟื้นคืนศาสนาพุทธสู่อินเดีย และกำลังจะจัดทำเว็บไซต์เพื่อชาวพุทธทั่วโลก เนื้อหา หลักคำสอนของศาสนา การช่วยเหลือ พระ สิ่งของ และ ยาสมุนไพร ฯลฯ
ขอขอบคุณจากเฟสชมรมไตรรัตนภูมิ